Brainy Thew
24 มิถุนายน 2555

Brainy Thew

        ปฐมวัยศึกษา คือ การจัดการศึกษาให้กับเด็กอายุ 3-5 ปี เพื่อกระตุ้นและสร้างความพร้อมและพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ก่อนที่เด็กจะเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งเป็นชั้นแรกของการศึกษาภาคบังคับ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง การจัดการศึกษาปฐมวัยมุ่งเน้นการอบรมเลี้ยงดูให้เด็กมีความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของโรงเรียนซึ่งเป็นที่อยู่ใหม่ของเด็ก คุ้นเคยกับเพื่อนใหม่อันเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสังคมของเด็ก และคุ้นเคยกับกระบวนการศึกษาซึ่งเขาจะต้องเรียนรู้ไปตลอดชีวิต ประกอบกับปรัชญาของการศึกษาปฐมวัยที่ต้องการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 5 ขวบ บนพื้นฐานของการอบรมเลี้ยงดูและการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กแต่ละคนตามศักยภาพ ภายใต้บริบทของสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรัก ความเอื้ออาทร และความเข้าใจของทุกคน เพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ความป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เกิดคุณค่าต่อตนเองและสังคม

จากความสำคัญของการจัดการศึกษาปฐมวัยดังกล่าว โรงเรียนทิวไผ่งาม จึงได้พัฒนาหลักสูตร “Brainy Thew” เพื่อเปิด “โอกาสทองแห่งการเรียนรู้” ด้วยการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สร้างความพร้อม และกระตุ้นพัฒนาการในทุกด้าน รวมถึงเพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กเพื่อการเรียนรู้ที่สูงขึ้นไป นอกจากนี้แล้ว โรงเรียนทิวไผ่งามยังได้สร้างสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ ด้วยการจัดบรรยากาศของโรงเรียน อาคารสถานที่ ห้องเรียน และมุมประสบการณ์ ซึ่งจะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ และมีความสามารถใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงการจัดกิจกรรมซึ่งทำให้เด็กมีประสบการณ์มากขึ้น เรียนรู้และเข้าใจสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ และส่งเสริมให้เด็กได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพในทุกด้าน

ด้วยการจัดกิจกรรม ผ่านสื่อ หรือของเล่น และอุปกรณ์ นอกจากจะช่วยกระตุ้นพัฒนาการของเด็กในด้านต่างๆ แล้ว ยังผลต่อความฉลาดและการเรียนรู้ของเด็ก

* กิจกรรม & การแก้ปัญหา

กิจกรรมหนูทำได้ จะช่วยส่งเสริมทักษะการคิด การแก้ปัญหา และฝึกให้เด็กได้คิดวิเคราะห์ เช่น กิจกรรมการต่อบล็อกไม้ จะช่วยฝึกการหยิบ จับ วาง ผ่านการลองผิดลองถูก ต้องคิดแก้ปัญหาว่า จะวางชิ้นไหนก่อนหลังจึงจะถูกต้อง ทั้งยังเป็นการฝึกให้เด็กรู้จักการใช้มือและตาประสานกัน รวมทั้งเรียนรู้ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์

* กิจกรรม & การพัฒนาสายตา

กิจกรรมอะไรซ่อนอยู่ในภาพ เป็นกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการทางสายตาของเด็ก ซึ่งจะช่วยให้เด็กรับรู้และเรียนรู้ข้อมูลต่างๆได้ดียิ่งขึ้น การส่งเสริมให้เด็กสังเกตภาพที่มีเรื่องราวและสีสันที่แตกต่างกัน จะช่วยให้เด็กได้ใช้สายตาจดจ่อกับการมองภาพรวมก่อน และค่อยแยกแยะส่วนประกอบต่างๆ ทั้งยังเป็นการฝึกให้มองและสังเกตรายละเอียดสิ่งรอบๆตัว ก็เป็นวิธีการฝึกการใช้สายตาอีกทางหนึ่ง

* กิจกรรม & การพัฒนาสติปัญญา

ด้วยกิจกรรมภาพตัดต่อ (จิ๊กซอว์) จะช่วยให้เด็กเกิดการพัฒนากระบวนการคิดอย่างเป็นขั้นตอน ได้ฝึกการสังเกตจากภาพ ได้เข้าใจเรื่องมิติสัมพันธ์ รู้จักแยกแยะสี รูปทรงเรขาคณิต พร้อมกับได้พัฒนาทั้งกล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ไปในตัว

* กิจกรรม & การพัฒนาภาษา

การเล่นของเล่น หรืออุปกรณ์ที่มีเสียงดัง จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางการได้ยินของเด็ก ซึ่งการได้ยินเป็นจุดเริ่มต้นของพัฒนาการทางภาษาที่ดี การเล่นของเล่นที่มีเสียงดังจะช่วยให้เกิดการจดจำและแยกแยะเสียงได้

กิจกรรมเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกิจกรรมสร้างสรรค์ “Brainy Thew” เพื่อเปิด “โอกาสทองแห่งการเรียนรู้” และที่สำคัญ คือ สมองเด็กมีศักยภาพมากกว่าที่เราคิด ไม่ว่าเราจะฝึกฝนสิ่งใดให้กับเด็ก ดูเหมือนว่าเด็กจะทำได้ทั้งนั้น สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ สมองมีความสามารถเรียนรู้แทบไม่มีขีดจำกัด ถ้าอยากให้สมองเรียนรู้สิ่งใด ก็จัดประสบการณ์ชนิดนั้นให้ ศักยภาพของเซลล์สมองก็จะถูกใช้เพื่อรองรับประสบการณ์ที่จัดให้นั้นแต่การ ไม่ใช้ คือ ไม่สอน ไม่เปิดโอกาสให้ทำ สมองไม่มีโอกาสฝึกฝน สมองก็ทำไม่ได้ การอบรมสั่งสอนด้วยคำพูดอย่างเดียว ไม่พอเพียงที่จะสร้างบุคลิกภาพของเด็กขึ้นมาให้เป็นอย่างที่เราต้องการ สิ่งสำคัญคือ ต้องให้เด็กได้ลงมือทำ ...