วิเคราะห์ศักยภาพด้วยกิจกรรม MI
24 มิถุนายน 2555

วิเคราะห์ศักยภาพด้วยกิจกรรม MI

หัวใจของ “ทฤษฎีพหุปัญญา” แบ่งความฉลาดของมนุษย์ออกเป็น 8 ด้าน คือ ความฉลาดด้านภาษา ด้านคณิตศาสตร์และตรรกะ ด้านดนตรี ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว ด้านมิติสัมพันธ์ ด้านมนุษยสัมพันธ์ ด้านเข้าใจตนเอง และด้านรู้จักธรรมชาติ และที่สำคัญคือ “เด็กแต่ละคนมีศัยยภาพที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน” และหากผู้ปกครองและครูสามารถค้นพบศักยภาพของเด็ก ก็จะช่วยส่งเสริมให้เด็กแต่ละคนสามารถพัฒนาศักยภาพของตนได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

จากแนวคิดดังกล่าว โรงเรียนทิวไผ่งามจึงได้นำทฤษฎีพหุปัญญามาประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมเพื่อค้นหาและพัฒนาศักยภาพของนักเรียน ซึ่งหากเราสามารถทราบถึงความถนัดและศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวเด็ก ก็จะเป็นแนวทางที่ผู้ปกครองและครูสามารถเสริมอะไรที่เป็นความถนัด ไม่ต้องลองผิดลองถูก และทำให้เข้าใจถึงความถนัด ศักยภาพ และความสนใจของเด็ก ซึ่งจะนำไปสู่การต่อยอดต่อไป ซึ่งหากเด็กได้รับการส่งเสริมและการกระตุ้นที่เหมาะสมจะช่วยส่งเสริมความถนัดให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญคือการเข้าใจสิ่งที่เด็กเป็น

ซึ่งการค้นหา และเติมเต็มศักยภาพให้กับเด็กจำเป็นที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งโรงเรียนและบ้าน เพราะบ้านคือจุดเริ่มต้นของชีวิต และเป็นสภาพแวดล้อมอันดับแรกที่มีความใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุด รวมถึงมีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตเด็ก ดังนั้น การที่ได้ทราบถึงผลการวิเคราะห์ศักยภาพด้วยกิจกรรม MI ที่โรงเรียนทิวไผ่งามได้จัดขึ้นตลอด 3 ปีที่ผ่านมา จะทำให้ทราบถึงศักยภาพที่ซ่อนเร้นของเด็ก ช่วยให้ทุกคนในครอบครัวรู้จักตัวเองดีขึ้น รู้จักสมาชิกในครอบครัวมากขึ้น ซึ่งผลการวิเคราะห์ไม่เพียงแต่บอกว่าสมาชิกในครอบครัวมีความแตกต่างกันอย่างไร แต่ยังบอกว่าทำไมแต่ละคนมีบุคลิกที่แตกต่างกัน และนั่นเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ทุกคนเปิดใจยอมรับในความต่างนั้น ทำให้ทราบถึงความสามารถที่โดเด่นของเขา ทำให้เราสนับสนุนในสิ่งที่เขาถนัดได้อย่างเต็มที่ และที่สำคัญคือ “การที่รู้ว่าเด็กมีศักยภาพด้านใด แต่ถ้าไม่เปิดโอกาสให้เขาได้มีโอกาสใช้หรือพัฒนาศักยภาพเหล่านั้น มันก็ไม่มีค่าอะไรเลย” เพราะสมองเด็กมีศักยภาพมากกว่าที่เราคิด ไม่ว่าเราจะฝึกฝนสิ่งใดให้กับเด็ก ดูเหมือนว่าเด็กจะทำได้ทั้งนั้น และสมองมีความสามารถเรียนรู้แทบไม่มีขีดจำกัด ถ้าอยากให้สมองเรียนรู้สิ่งใด ก็จัดประสบการณ์ชนิดนั้นให้ ศักยภาพของเซลล์สมองก็จะถูกใช้เพื่อรองรับประสบการณ์ที่จัดให้นั้น แต่การ “ไม่ใช้คือไม่สอน ไม่เปิดโอกาสให้ทำ สมองไม่มีโอกาสฝึกฝน สมองก็ทำไม่ได้”